ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ดอกไม้ดิน
dot
bulletเกล็ดความรู้
bulletประวัติดินญี่ปุ่น - ดินไทย
bulletวิธีทำดอกไม้ดินไทย-ดินญี่ปุ่น 1
bulletวิธีทำดอกไม้ดินญี่ปุ่น-ดินไทย 2
bulletดอกแคททรียาจากดินญี่ปุ่น
bulletวิธีปั้นตุ๊กตา จากดินไทย
bulletหนังสือปั้นดอกไม้และงานประดิษฐ์
bulletสอนทำดอกไม้
bulletสูตรดินไทย
bulletทำดอกไม้อย่างไรให้สวย
bulletการจัดดอกไม้(ดินญี่ปุ่น)
bulletพิมพ์ตัดดอกไม้
bulletดอกไม้ดินญี่ปุ่น
bulletพวงมาลัย ดินไทย
bulletอาชีพการทำดอกไม้ดินญี่ปุ่น
bulletต้นไม้เล็ก
bulletเค้กจิ๋ว , ไอศครีมจิ๋ว
bulletดินเยอรมัน
bulletดินเยื่อกระดาษ
bulletตรายางปั้มลายดอกไม้
bulletวิธีเทเรซิน
bulletดอกไม้ดิน-ของขวัญปีใหม่
bulletอยากทำดอกไม้ เริ่มอย่างไร(มือใหม่ควรอ่าน)
bulletตัวอย่างสีดอกไม้
bulletดอกแคททรียาสีต่างๆ
bulletไขปัญหา ดอกไม้ดิน
bulletวิธีใช้เครื่องรีดดิน
bulletเรียนทำคัพเค้ก
bulletชาร์ทสีน้ำมัน Winton Artists' Oil Colours
bulletชาร์ทสีน้ำมัน Winton Oil Colours
bulletการผสมสี
bulletหลักการผสมสี
bulletชนิดของสี
bulletชาร์ทสีอคิลิค vangogh
dot
เรื่อง สีน้ำมัน
dot
bulletสี ใช้อย่างไร
dot
โมเดลอาหาร , อาหารจำลอง
dot
bulletอาหารจำลอง(โมเดลอาหาร)
bulletโมเดลติ่มซำ+cocktail
dot
อาหารจิ๋ว,ของจิ๋ว
dot
bulletอาหารจิ๋ว
bulletของจิ๋ว
dot
รับทำบล็อค
dot
bulletรับทำอุปกรณ์ของจิ๋ว
bulletรับทำบล็อคยางซิลิโคนทำเทียน,ทำสบู่
dot
กระถาง
dot
bulletกระถางต้นไม้-ใบเล็ก
bulletกระถางใหญ่ๆ
bulletแจกัน, กระถางดีไซด์
bulletกระถางซารามิค-ใหญ่
dot
เทียนแฟนซี
dot
bulletเทียนแฟนซีสวยๆ
dot
สบู่แฟนซี
dot
bulletสบู่สวยๆ
dot
ร้านดอกไม้สด
dot
bulletร้านดอกไม้ Rose Garden รับจัดดอกไม้ทุกแบบตามความต้องการ
bulletร้านดอกไม้ Butterfly Flower จัดดอกไม้สด ดอกไม้ประดิษฐ์ พวงหรีด
bulletร้านดอกไม้ Flowerbylove
bulletร้านดอกไม้ ดาหลา...ให้ดอกไม้แทนคำพูดจากใจ
bulletร้านดอกไม้ ธีร์ฟลาวเวอร์
bulletร้านดอกไม้พีรายุ
bulletร้านดอกไม้มาลัยวรรณ
bulletร้านฟลาวเวอร์ทูไทยแลนด์
bulletร้านเพื่อนดอกไม้
bulletลิลลี่ฮัท ฟลอรีส (Lilyhut Florist)
bulletสกุลฟลาวเวอร์สดอทคอม
dot
ชมสวนดอกไม้
dot
bulletสวนกล้วยไม้ที่นครปฐม
bulletกล้วยที่สามพราน
bulletสวนกล้วยไม้ที่เชียงใหม่
bulletสวนกล้วยไม้และดอกไม้
bulletสวนกล้วยไม้ที่นครปฐม
bulletสวนกล้วยไม้บุญชู
dot
ความรู้เกี่ยวกับดอกไม้
dot
bulletความรู้เรื่องกล้วยไม้
bulletความรู้เรื่องกล้วยไม้
bulletแหล่งความรู้เรื่องกล้วยไม้
bulletกล้วยไม้ชนิดต่างๆ
bulletพรรณไม้ไทย
bulletความหวายดอกไม้
bulletการบอกรักกับดอกไม้
bulletดอกไม้กับความหมาย
bulletหวายสวยๆ
bulletไม้ดอกไม้ประดับ
bulletเดินสวนจตุจักร
dot
งานประกวดกล้วยไม้
dot
bulletรูปกล้วยไม้สวยๆ
bullet1-6 ธ.ค.49 ที่สวนสามพราน
bullet18-24 พ.ค.2550 พารากอน
bulletงานประกวดกล้วยปี 2550
dot
ข้อมูลอื่นๆ
dot
bulletค้นหาเบอร์โทรศัพท์
bulletค้นห้ารหัสไปรษณีย์
bulletอัตราค่าส่งสินค้า
bulletราคาโทรศัพท์มือถือ
bulletดูดวงฟรี
bulletฟรีโปรแกรมไล่ยุง
bulletตรวจสอบพัสดุ EMS
bulletตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล
bulletรับออกแบบตกแต่งบ้าน บู้ท display
bulletfoodmodel-อาหารปลอม
bulletทดสอบความเร็วของเน็ตคุณ
bulletบริการขนส่งในประเทศ




ไขปัญหา ดอกไม้ดิน

ไขปัญหา ดอกไม้ดิน

1.ดินไทยกับดินญี่ปุ่นต่างกันอย่างไร?

ดินไทยกับดินญี่ปุ่นปัจจุบัน มีองค์ประกอบหลักที่เหมือนกัน คือ แป้งเป็นส่วนผสมหลัก แต่สารเติมแต่งที่แตกต่างกัน และ***ส่วนในสูตรของดินที่แตกต่างกันมากกว่า

2.จะซื้อของจากทางร้านได้ทางใดบ้าง บ้านอยู่ต่างจังหวัด


ซื้อโดยตรงที่หน้าร้านที่สวนจตุจักร หรือ เปิดดูสินค้าในเว็ปของเรา แล้วสั่งซื้อได้เลย จะส่งให้ทางไปรษีรย์ถ้าซื้อไม่มาก แต่ถ้าซื้อมากจะส่งทางรถขนส่ง ถ้าซื้อเกิน 3,000 บาท ไม่คิดค่าขนส่ง (ส่งฟรี)

3.ดิฉันประสบปัญหาดินไทยไม่มียี่ห้อ โลละ 180บาทที่ซื้อตามจตุจักร ทำไมขาดความยืดหยุ่นไม่มาตรฐาน เดี๋ยวพลิ้วดีเดี๋ยวแข็งกระด้างพลิ้วไม่ค่อยออก บางคนบอกว่าให้ผสมน้ำมันดอกคำฝอย ใช้ได้หรือเปล่าคะ ดิฉันรู้จักแต่น้ำมันมะกอกเอาผสมแล้วผลงานออกมาจะมีผลด้านลบหรือเปล่าคะ หรือต้องมี***ส่วนที่เหมาะสม ถ้าไม่เป็นการรบกวนดิฉันใคร่ขอความอนุเคราะห์ทางแก้ปัญหาด้วยค่ะ ปล.ในส่วนผสมของดินมีสารเคมีอะไรที่เป็นอันตรายต่อผิวไหมคะที่ไม่มาจากธรรมชาติน่ะค่ะเพราะบางครั้งเผลอหยิบขนมทานโดยลืมล้างมือก่อนค่ะ ขอขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

หากดินที่ซื้อจากร้านเดิมอยู่แล้วมีความรู้สึกว่าทำงานไม่ดีก็ลองเปลี่ยนไปซื้อร้านดู ส่วนการผสมน้ำมันไม่ว่าจะเป็นน้ำมันอะไรก็ไม่ได้มีผลว่าจะพริ้วได้ดีหรือไม่ดี การใช่น้ำมันหรือoil ก็เพื่อไม่ให้ติดมือหรือติดวัสดุ ผลของการใส่น้ำมันมากเกินไปจะทำให้ดินแห้งช้าลง และคลึงดินไม่สะดวกมากกว่า ส่วนเรื่องหยิบดินแล้วเผลอไปหยิบของทานโดยไม่ล้างมือ ถ้านานครั้งก็ไม่เป็นไร เพราะส่วนผสมของดินส่วนใหญ่คือแป้งผสมกาวลาเท็กซ์ผสมวาสลีน สารกันบูด กันเชื้อรา และสารเคมีที่ใช้บำรุงผิวเป็นส่วนใหญ่(สารเคมีที่ใช้ทำเครื่องสำอางค์)

4.กาวร้อนที่ใช้อยู่ชอบแข็ง ซื้อกี่ครั้ง กี่ยี่ห้อก็แข็ง เกิดจากอะไรค่ะ จะแก้อย่างไรดี


เวลาใช้กาวร้อนเสร็จแล้วให้แช่ตู้เย็นไว้ในช่องธรรมดา ก็จะเก็บไว้ได้นานขึ้น (หากอยู่ในอุณหภมิปกติจะอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือน แต่ถ้าแช่ตู้เย็นอาจอยู่ได้ 3-4 เดือน)ส่วนตอนเวลาซื้อถ้าเขย่าดูแล้วมีฟองมากอย่าซื้อ หรือถ้าดูแล้วน้ำด้านในเริ่มหนืดก็ซื้อ เพราะกาวเริ่มเก่าแล้ว

5.ตอนนี้เรียนทำเทียน ไม่ทราบว่าพิมพ์ตัดที่ทำดอกไม้ตัดเทียนได้มั้ยครับ

ใช้พิมพ์ตัดดอกไม้ทำได้ครับ เช่นพิมพ์ตัดดอกสตอเบอรี่คนทำเทียนจะซื้อไปทำเทียนรูปแคททรียา

6.จะมีวิธีสังเกตุสินค้าว่าทำจากดินถูกหรือดินแพงอย่างไรดีคะ

ดิฉันสงสัยในเรื่องดอกไม้สำเร็จที่เขาทำขายกันโดยมากถามเจ้าของร้านก็จะบอกว่าดินญี่ปุ่น ไม่ค่อยมีใครบอกดินไทยล้วน ราคาดินสองอย่างนี้ก็ต่างกันม๊ากมากค่ะ แต่ทำออกมาแล้วแทบดูไม่ค่อยออกจะมีวิธีดูอย่างไรคะว่าสินค้าที่เขาขายนั้นทำมาจากวัสดุแพงล้วนสมราคาจริง แพงสมราคาวัตถุดิบก็คงไม่เป็นไร เพียงแต่ดิฉันเกรงว่าบางร้านจะมั่วนิ่มแล้วคิดราคาเกินไปมากจน(คือถ้าเราเป็นคนซื้อก็จะมีความรู้สึกว่าสินค้าประเภทนี้แพงเกินไป คนมักจะชอบแต่ซื้อไม่ลงถ้าไม่อยากได้จริงๆน่ะค่ะ) รบกวนทางเวปมาสเตอร์ช่วยตอบเผื่ออีกหลายคนที่อาจสงสัยอย่างดิฉันค่ะ ..ในทางกลับกันหากดิฉันเป็นผู้ทำดอกไม้ขายแล้วมีคนบอกว่าแพงจะมีวิธีอธิบายเรื่องค่าผลงานจากงานทำมืออย่างไรดีคะดิฉันรู้ถึงความลำบากในการทำแต่พูดไม่เป็นเอาเลย ขอบคุณมากค่ะ

ก่อนอื่นเดียวขออธิบายคำที่คนเขาเรียกว่าดอกไม้ดินญี่ปุ่นก่อน ในสมัยเมื่อประมาณเมื่อ 10 ปีที่แล้วดอกไม้ที่ปั้นๆขายกันอยู่ทำมาจากดินญี่ปุ่นทั้งหมด100%เลย (เพราะสมัยก่อนไม่มีดินไทยที่ดีเหมือนสมัยนี้) คำความ ดินญี่ปุ่น จึงเป็นชื่อเรียกของดอกไม้ชนิดนี้โดยปริยาย(เหมือนกับคำว่า "แฟ้บ" ใครก็เรียกผงสักฟอกว่าแฟ้บทั้งนั้น ทั้งๆที่ผงซักฟอกในสมัยนี้ไม่มียี่ห้อนี้แล้วก็ตาม) ฉะนั้นเวลาไปซื้อดอกไม้ดินคนขายส่วนใหญ่จะบอกว่าดินญี่ปุ่น และอีกอย่างหนึ่งก็เพราะคำว่าดินญี่ปุ่นมันขายได้ราคากว่าคำว่าดินไทย   ****   ส่วนข้อสังเกคุว่าดอกไม้ที่เราจะไปซื้อนั้นเป็นดินญี่ปุ่นหรือดินไทย ก็สังเกตุที่สีของดอกไม้และรายละเอียดของเนื้อดินจะแตกต่างกัน ต้องดูใกล้ๆโดยใช้แว่นขยาย และจะต้องใช้ประสบการณ์สักหน่อยจึงจะดูออก เอาเป็นว่าส่วนใหญ่ดอกไม้ที่ขายอยู่ในตลาดเมืองไทยก็ทำมาจากดินไทยเป็นส่วนใหญ่ หรืออย่างมากก็เป็นผสมระหว่างไทยกับญี่ปุ่น เจ้าที่ทำจากดินญี่ปุ่น100%มีไม่มาก แต่ไม่ต้องเป็นกังวลหลอกครับเพราะถึงแม้ว่าจะทำจากดินไทย ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สวยเพราะขึ้นอยู่กับฝีมือมากกว่า ยิ่งบางคนทำดอกไม้จากดินไทยสวยกว่าคนที่ทำจากญี่ปุ่นมากๆ แต่อย่างไปหลงเชื่อใครว่าดินญี่ปุ่นนิ่มกว่าสวยกว่าดินไทยล่ะ เพราะปัจจุบันนี้ดอกไม้ที่ทำจะดินไทยบางเจ้านิ่มกว่าสวยกว่าดินญี่ปุ่นมากๆ

7.เคยเรียนการทำดอกไม้จากดินญี่ปุ่นมานานมากแล้ว แต่ห่างหายไปนานมาก(ประมาณ 4-5 ปี)ตอนนี้ได้กลับมาทำอีก..เมื่อก่อนไม่รู้จะหาข้อมูลและอุปกรณ์จากที่ไหน ถามคนที่สอนเค้าก้อไม่ค่อยตอบซักเท่าไหร่ จะซื้ออะไรก้อต้องซื้อกับเค้า แต่พอได้รู้จักเวบนี้แล้วทำให้เราอยากทำมากขึ้น ต้องขอขอบคุณเจ้าของเวบนี้ที่ให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการทำดอกไม้  .....

  ปีใหม่นี้ขออวยพรให้ท่านเจ้าของเวบ มีแต่ความสุขและความร่ำรวยตลอดๆไปค่ะ แล้วจะเข้าไปอุดหนุนที่ร้านค่ะ

เว็ปนี้จะใช้เพื่อการค้าเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่จะต้องการให้ความรู้มากที่สุด ทั้งเรื่องความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับงานดิน เกี่ยวกับดอกไม้ และเทคนิค เคร็ดลับที่หลายคนไม่ยอมเปิดเผย จะมีสอนสอนทำให้ดูเร็วๆนี้

8.อยากทราบว่าดินดอกกับดินใบ คืออะไร ต่างกันอย่างไร

คำว่าดินดอก กับ ดินใบ คืออะไร? มีหลายคนถามคำนี้มาก ทั้งที่หน้าร้านหรือทางโทรศัพท์ก็ตาม ตอบคือดินดอก คือ ดินที่ไว้ใช้ทำดอกเท่านั้น ดินก็ไว้ใช้ทำใบ เพื่อที่ว่าดินดอกเวลาทำดอกจะได้สวย(ตามที่คนขายบอก) แต่ความเป็นจริงอาจไม่เกี่ยวกัน เพราะคนที่ทำดอกไม้สวยๆระดับประเทศ ที่มีดีกรีรางวัลจากประเทศที่ญี่ปุ่น ก็ไม่เห็นต้องใช้ดินดอกเลย หรืออาจารย์หลายๆท่านที่ผมรู้จักทำดอกไม้มาเป็นสิบๆปี ทำดอกไม้ส่งออกไปในหลายๆประเทศไม่เห็นอาจารย์คนไหนจะต้องแยก ดินดอก ดินใบเลย หรือแม้แต่กระทั่งประเทศต้นแบบอย่างประเทศญี่ปุ่นเอง ก็ไม่เห็นเขาจะต้องแยกประเภทเป็นดินดอกดินใบเลย ทั้งที่ญี่ปุ่นมีการพัฒนาดินปั้นไม่ต่ำกว่า 30 ปี และมีดินปั้นดอกไม้มากกว่า 20 ยี่ห้อ หรือแม้แต่ดินญี่ปุ่นในบ้านเราอย่าง LUNACLAY ไม่เห็นต้องขายเป็นดินดอกดินใบเลย เพราะการทำดอกไม้สวยไม่ใช่ขึ้นอยู่กับดินเพียงอย่างเดียว หากแต่จะอยู่ที่ฝีมือผู้ปั้นมากกว่าด้วยซ้ำ แต่ที่มีคำว่าดินดอกดินใบเกิดขึ้น ก็เพราะสาเหตุสำคัญที่มาจาก เขาต้องการให้หาซื้อดินอันนี้ได้ที่เดี๋ยวมากกว่า (ท่านผู้ใช้ดินลองพิจารณาด้วยเหตุผลดีกว่านะ)

9.ซื้อเรซิ่นที่ใช้ทำเกสรจากร้านมาหลายแบบ แต่ใช้ไม่เป็น เพราะลองทำดูแล้ว คือนำครีมทาพิมพ์ก่อน และนำดินกด ปัญหาที่เกิดคือนำดินออกไม่ได้ (ได้ลองนำลวดเสียบดินแล้วดึงก็ไม่ออกหรือออกก็ไม่สวยเพราะเสียรูปทรง ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

เรซินเกสรแวนด้า วิธีใช้ ให้โรยแป้งฝุ่นทาตัวลงไปในรูเลย แล้วก็เคาะแป้งออก จึงนำดินอัดลงไปให้เต็มรู จากนั้นเสียบลวดดึงออกอย่างง่ายดาย ลองทำดูดีกว่าใช้ครีมพอนด์(โรยแป้งทุกครั้งที่ทำ)

แต่ตอนนี้มีรุ่นล่าสุด คือ เป็นยาง(แกะจากเกสรจริงๆ) ออกง่ายมาก

10.ตั้งแต่พี่ทำดอกไม้จากดินมา พี่คิดว่ามีข้อดี ข้อเสีย จากการทำดอกไม้จากดินอย่างไรบ้างค่ะ

ไม่ทราบว่าต้องต้องแง่มุมไหน ขอตอบแบกว้างๆล่ะกัน

ข้อดี

1.สามรถต้องทีละไม่กี่ชิ้นได้ โดยลงทุนไม่มากนัก(ดอกอื่นอย่างดอกไม้ผ้าต้องมีอุปกรณ์ครบชุดถึงทำดอกไม้ผ้าแบบเดียว หรือสิบแบบ)

2.สามารถทำให้สวยขึ้นๆมากเท่าไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับฝีมือ

3.ที่สำคัญตลาดดอกไม้ดินเป็นของคนไทยมากที่สุดในโลก(ประเทศอื่นยังผลิตได้น้อยและยังไม่สวยเท่าบ้านเรา)

ข้อเสีย

1.ต้องใช้ความสามารถสูง แม้มีพิมพ์และอุปกรณ์ช่วยก็ตาม(หมายถึง แม้คนที่ทำดอกไม้ใช้พิมพ์เดียวกัน อาจารย์คนเดียวกัน ก็ทำได้สวยไม่เท่ากัน)

2.การเก็บรักษายากกว่าดอกไม้ประเภทอื่น (ดอกไม้ผ้าและดอกไม้กระดาษ เวลาเก็บหรือขนส่ง โยนไปโยนมาก็ไม่เสียหาย)

3.ไม่สามารถทำเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ได้ ทำได้เพียงอุตสาหกรรมในครัวเรือน

ตอบเท่านี้ก่อนหากต้องการแง่มุมอื่น ก็บอกได้นะ

11.ความแตกต่างระหว่างสีขาวเบอร์ 40 และ 45

สงสัยว่า ควรจะเลือกใช้สีไหนดีคะ เพราะสีขาว เราจะต้องใช้ผสมในการทำทั่วๆไปอยู่แล้ว ถ้าจะเลือกซื้อหลอดใหญ่มาใช้เลย จะได้ เจาะจงเบอร์สีได้ถูก เท่าที่เคยลองเทียบสีกันดู เราว่าสีขาว เบอร์ 45 จะมีสีขาวนวลๆออกสีครีมๆอ่อนๆ แต่สีเบอร์ 40 จะ ขาวสว่างกว่า อยากให้ช่วยอธิบายความแตกต่างระหว่างสองสีนี้ค่ะ

คำถามนี้ เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับเรื่องสีน้ำมันเลย คำตอบง่ายๆ คือ สีขาว 40 จะมีความขาวกว่า ขาว 45 แค่นี้เอง เวลาใช้สีเบอร์ 40 จะใช้น้อยกว่าเบอร์ 45 (ประหยัดกว่า เพราะเราใส่น้อยก็ขาวแล้ว) แต่สีที่หลายคนใช้เบอร์ 45 เพราะว่า คนที่ใช้สีแรกๆบอกให้เราใช้ หรือไม่บ้างร้านก็จะแนะนำให้ใช้ แต่หากเป็นที่ร้านเราจะแนะนำเบอร์ 40 เพราะว่าคุ้มกว่า ความเข้มข้นอาจมากถึง 2 หลอดของเบอร์ 45 เลยก็ได้

ในวงการอื่นสีใช้สีน้ำมัน เช่น วงการเทียน ใช้สีขาวเบอร์ 40 เวลาทำดอกไม้เทียนสีขาว

12.วิธีรักษาดอกไม้

จะเก็บรักษาดอกไม้ยังไงให้คงสภาพดี สวยงามเหมือนเดิมคะ

อยากรู้ว่าการรีดดินมีเทคนิคยังไงคะ (เบอร์ที่ให้รีด)ควรรีดเบอร์อะไรคะ

วิธีรักษาดอกไม้ดินให้คงสภาพได้นาน ดอกไม้ดินค่อนข้างจะไม่ถูกฝุ่นละออง ฉะนั้นควรเก็บไว้ไม่ให้โดยฝุ่น หรือหากเก็บไว้นานก็ให้คลุมด้วยถุงพลาสติก ส่วนเรื่องอื่น เช่น สีสรร ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะยังคงสภาพได้นานพอสมควร หากอยู่ในที่ร่ม

วิธีใช้เครื่องรีดดิน  ก่อนอื่นต้องอธิบายง่ายๆว่า เครื่องรีดที่เราใช้กันอยู่นี้ได้ถูกประยุกต์มาจาก เครื่องรีดเส้นพาสต้า มีหลายรุ่น หลายยี่ห้อ ตั้งมีเองที่หลายคนมักไม่เข้าใจ เช่น เคยเรียนกับอาจารย์ บอกว่าดอกนี้ใช้เบอร์ 4 แต่เรานำมารีดเครื่องที่ซื้อมาใหม่ ดันบางกว่าของอาจารย์ เลยคิดว่าเครื่องเสีย จะนำมาเปลี่ยนบ้าง นำมาให้ซ่อมบ้าง แต่ทางร้านก็ไม่รู้ว่าจะซ่อมให้อย่างไร เพราะมันไม่ได้เสีย แต่เป็นการเข้าใจผิดมากว่า ที่ว่าเข้าใจผิด ก็คือ เครื่องรีดที่อาจารย์เราใช้อยู่ท่านอาจซื้อมาเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว แต่เครื่องที่เราซื้อ พึ่งซื้อมาเมื่อวานนี้ ตรงนี้เองที่มันทำให้ไม่เหมือนกับอาจารย์ เพราะว่า เครื่องที่อาจารย์ใช้อยู่มันตกรุ่นไปแล้ว ถึงแม้จะเป็นยี่ห้อเดียวกันก็ตาม พอเราซื้อเครื่องที่ผลิตในปีนี้ เบอร์จึงไม่เหมือนอาจาย์ ความหนาบางก็ไม่เหมือนกัน(เหมือนโทรศัพท์มือถือ รุ่นเก่าก็จะไม่เหมือนรุ่นใหม่ ถึงให้ยี่ห้อเดียวก็ตาม)

 

13.โอเอซีส กับโฟมดำใช้อย่างไร

การจัดดอกไม้ดินลงกระถาง ใส่โอเอซีสลงกระถางก่อนใช่หรือไม่คะ แล้วโฟมดำใช้อย่างไร ดูจากเวป ก็ใช้ใส่ลงในกระถางเหมือนกัน ไม่ทราบว่าใช้แทนกันได้หรือไม่ กรุณาแนะนำด้วยค่ะ ดิฉันได้ส้งซื้ออุปกรณ์ทำดอกไม้ทางเมล ช่วยตอบกลับด้วยนะคะ

การใส่กระถางดอกไม้ ถ้ากระถางทึบ(กระถางไม่มีรูเลย) จะใช้อะไรใส่ลงไปก็ได้ หวายความว่า ทำอย่างไรให้กระถางเต็มเพื่อปูหญ้า แล้วปักต้นไม้ได้ เช่น ใส่โฟมก้อนสีขาวธรรมดาสำหรับกระถางใหญ่ หรือโฟมสีขาวแผ่นตามห้างฯหรือร้านเขียน หรือแม้กระทั่งโฟมในลังตู้เย็น ลังทีวีที่เราไม่ได้ใช้ก็ได้ ส่วนกระถางจิ๋วๆ เช่น กระถาง 1 เซ็นติเมตรก็ยัดดินน้ำมันเลยไม่ต้องมานั่งหั่นโฟมให้ลำบาก

จะเห็นได้ว่าผมไม่ได้พูดถึงโฟมดำ หรือ โอเอซีสเลย ก็เพราะอยากให้ประหยัด และหาวัสดุที่ง่ายๆใกล้ตัว และไม่แพง

สำหรับคำว่า โอเอซีส คือ เหมือนโฟมก้อนสีเขียวๆ ใช้สำหรับดอกไม้สดมากกว่า เพราะมันใส่น้ำลงไปแล้วอุ้มน้ำได้

แต่โฟมดำ ภาษาทางการ เรียกว่า ซาหาร่า หรือ ฟลอร่าเซล ในวงการดอกไม้ใช้ปักดอกไม้แห้ง เช่น ดอกไม้ผ้า ดอกไม้ยางพารา หรือดอกไม้ดินก็ได้ แต่มันแพงกว่าโฟมสีขาวทั่วๆไป

แต่โฟมสีขาวมีข้อเสีย คือ นานๆไปมันบ้างครั้งมดชอบมากัดเล่น เป็นผงๆสีขาวๆอยากตกใจ

ส่วนโฟมดำ เวลาหั่นชอบร่วงเป็นฝุ่น ผงๆ 

14.ให้พลิ้วมากๆ

1.การคลึงกลีบให้พลิ้วมากๆ ทำอย่างไรค่ะ

2.คุณไมค์ออกหนังสือมาสักเล่มหรือยังค่ะ

1.การคลึงกลีบให้พลิ้วมากๆ(สงสัยจะทำแคท) โดยปกติเวลาเราคลึงดินจะคลึงเฉพาะด้านหน้า ด้านที่มีลาย แล้วจะเกิดลูกคลื่น เป็นลอนๆ แต่หากเราต้องการให้มันพริ้วกว่าเดิม ให้กลับกลีบอีกข้างหนึ่ง แล้วคลึงลอนที่อยู่ล่าง เพื่อเป็นการยืดดินออกไปอีก แต่ต้องทำเลยทันที คลึงด้านหน้าเสร็จแล้วคลึงหลังต่อเลย 

นี่คือด้านหน้า แล้วพริกดินคลึงด้านหลัง จะพริ้วมากขึ้น

 

2.หนังสือยังไม่มีโอกาสได้ทำครับ แต่มีโครงการทำ VCD(กำลังศึกษาอยู่ และรอให้ว่างอีกนิดนึง)

15.การรีดดิน

วิธีรีดดินให้เรียบ และกว้างทำอย่างไรค่ะ

และขนาดกลีบดอกกับเบอร์ที่ใช้รีดสัมพันธ์กันอย่างไรควรใช้เบอร์อะไร

การรีดดินให้เรียบ ไม่เป็นรอยนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

     1.เครื่องรีดที่ใช้อยู่มีรอยที่ลูกรีดหรือไม่ หากไม่มีก็รีดได้ปกติ 

     2.คือดินที่เราใช้รีด ควรเป็นดินที่ใช้ทำดอกไม้ และเวลารีดดินอย่าใส่ดินทีละมากๆ เพราะหากเรารีดๆหยุดๆจะเกิดเป็นลูกคลื่นได้ และดินที่รีดแล้วรีดอีก ก็อาจจะเป็นรอยขาดๆได้

     3.สีที่ใส่หากใส่มากเกินไปดินจะร่วนแตกๆ เวลารีดดินจะแตกออกจากกัน

 


 2.การเลือกเบอร์รีดดินกับขนาดดอกไม้กำหนดอย่างไรค่ะ

 

    สมมุติว่าเครื่องรีดที่ใช้อยู่ เบอร์น้อยบาง เช่น เบอร์ 1 บางที่สุด เบอร์ 7 หนาที่สุด

 

เวลารีดดิน เราจะไม่สนใจว่าเป็นดอกอะไร แต่จะดูที่ขนาดกลีบที่เราจะกดเป็นสำคัญ เช่นกลีบเล็ก ดอกดอกไม้จิ๋วจะรีดประมาณ เบอร์2-3 (เบอร์ 1 ไม่เอาเพราะมันบางเกินไป) ส่วนดอกแคททรีบยาเท่าของจริง รีดที่เบอร์ 4-5 (ที่เขียนว่า 4 ถึง 5 เพราะเครื่องรีดแต่ละรุ่นอาจมีการคาดเคลื่อนได้ ) และที่จะต้องคิดถึงอีกอย่างคือ หากเราด้ามดอกอาจใช้เบอร์ที่บางลงอีกหนึ่งเบอร์ได้ เพราะลวดที่ใช้ด้ามดอกจะประคองดอกเอาไว้แทน

 16.สงสัยเรื่องสีขาว(อีกแล้วค่ะ)

เข้าใจกระจ่างไปแล้ว เรื่องสีเบอร์40กับเบอร์ 45 แต่ยังคำถามคาใจอีกนิดค่ะ คือ เนื่องจากเคยไปนั่งเรียนร่วมกับเพื่อนๆคนอื่น แล้วได้เห็นว่า บางสูตร เขาจะไม่ใช้สีน้ำมันสีขาว โดยให้เหตุผลว่า จะทำให้ดินแข็งตัวเร็ว แต่เขาจะใช้สีผงสีขาว ผสมลงไปแทน จึงอยากจะถามคุณไมค์หน่อย นะคะ

1. สีผงสีขาว คือสีอะไรคะ หาซื้อได้ที่ไหน

2.ผลลัพท์ของงาน มันจะออกมาแบบไหนคะ มันมีผลเสียระยะยาวไหม

ถ้าดี จะได้ลองเปลี่ยนมั้งค่ะ เพราะเทียบราคาแล้ว มันถูกกว่ากันมากเลยค่ะ

1.สีผงส่วนใหญ่ที่ใช้ผสมในดิน คือ สีผสมอาหาร(ที่ร้านผมมีดินสีๆต่างๆ  เกิดจากสีผสมอาหารทั้งหมด)

2.ผลของการผสมสีผง ก็เหมือนกับสีน้ำมันนั่นแหละ แต่คงมีคำถามต่อว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ในวงการไม่ใช่สีผงล่ะ ตอบง่ายๆ คือ มันไม่สากล(คำว่า ไม่สากล คือ ในหลายๆประเทศที่ทำดอกไม้ดิน ส่วนใหญ่จะใช้สีน้ำมัน และก็เป็นสีน้ำมันยี่ห้อหลักในบ้านเราเหมือนกัน หากคนญี่ปุ่น คนฮ่องกง คนมาเลเซีย ถามว่าสีเบอร์ 40 คือสีอะไร ทุกคนตอบได้ว่า คือสีขาว และสีผงมันก็ค่อนข้างเลอะเทอะเวลาผสม

ส่วนที่บอกว่าหากใส่สีน้ำมันสีขาวแล้วจะทำให้ดินแข็งตัว ไม่น่าเป็นไปได้ หากจะแข็ง น่าจะแข็งทุกสีมากกว่า หรืออยู่ที่ดิน หรืออยู่ที่ตอนผสมโดนลมหรือเปล่า? แข็งทุกครั้งสีผสมสีขาวเท่านั้นหรือ?  ที่บอกว่าน่าจะแข็งทุกสี ก็เพราะว่าในองค์ประกอบของสี 1 หลอด ประกอบไปด้วย 1.หินแร่หรือพืชบางชนิด(นี่แหละที่ทำให้เกิดสีต่างๆ และซีรีย์ต่างๆ เพราะการหายาก-ง่ายในแต่ละสี พอรู้แล้วใช่มั้ยว่าทำไมสีซีรีย์จึงราคาไม่เท่ากัน)2.คือ สารจำพวกแป้ง(อันนี้ทำให้เกิดเนื้อ)3.คือ น้ำมัน ที่เรียกว่าสีน้ำมันก็คือตรงนี้เอง

อธิบายแบบนี้แล้วน่าจะพอเข้าใจ "อย่าไปว่าสีขาวไม่ดีเลย เดี๋ยวสีขาวมันจะน้อยใจ"

17.ดินญี่ปุ่นนำมาทำแล้วดินแห้ง แข็ง ปั้นยาก

ทำดอกไม้จิ๋วจากดินญี่ปุ่น ดินที่เหลืออยู่ยังไม่ได้ทำทิ้งไว้ในกล่องพลาสติก พอนำมาทำ เนื้อดินจะแข็งปั้นยากและแห้งเร็วด้วยต้องทำอย่างไรถึงจะนิ่ม เนื้อละเอียดปั้นง่ายเหมือนตอนที่ซื้อมาใหม่ๆ


 

เวลาเก็บรักษาดินญี่ปุ่น รวมทั้งดินไทยด้วย ก็คือ ห่อด้วยพลาสติกห่ออาหาร(แล็ป) ห่อหลายชั้นยิ่งดี แล้วใส่ถุงแกงมัดหนังยางเก็บไว้จะอยู่ได้นาน ไม่ควรนำดินไปไว้ในกล่องพาสติก โดยที่ยังไม่ห่อเด็ดขาด เพราะขะทำให้แห้งเร็วมาก

ส่วนดินที่แข็ง(แต่ยังไม่ถึงกับแข็งแห้งเป็นก้อนหิน แบบนี้คงต้องทิ้ง) แต่ยังยังมีความยืดหยุ่นบ้าง ก็นำใส่ถุงแกงไปแช่ในน้ำอุ่นๆ(เกือบร้อนก็ดี) ประมาณ 5-10 นาที แกะออกมาจุ่มน้ำอุ่น นวดด้วยกาวลาเท็กซ์ กับวาสลีน สักพักก็จะดีขึ้นเอง แล้วก็ควรนำไปใช้เลย

ข้อห้ามเด็ดขาด คือ นำดินที่เกือบแข็ง ไปผสมกับดินใหม่ๆ เพราะอาจทำให้ดินก้อนนั้นเสียตามไป พอยิ่งนวดรวมกันยิ่งเหนียว ยืดเป็นหนังยาง

แต่ถึงทำอย่างไรก็ไม่อาจเหมือนดินที่ซื้อมาใหม่ๆแน่นอน พยายามผสมดินเท่าที่พอใช้ในแต่ละครั้งจะดีกว่า

18.ดินเกาหลี

ไหนๆก็พูดถึงดินญี่ปุ่นกันแล้ว อยากจะขอถามคุณไมค์เกี่ยวกับดินต่างประเทศอีกชนิดหนึ่ง ที่เค้าเรียกกันว่าดินเกาหลีด้วยค่ะ มองๆจากภายนอก มันจะมีตัวหนังสือภาษาเกาหลีติดอยู่ เนื้อดินเป็นอย่างไรคะ?มีคุณสมบัติเหมือน หรือ ต่างกับดินญี่ปุ่นluna clay อย่างไรบ้าง?แล้วราคาเท่าไหร่? ขอบคุณค่ะ

ดินเกาหลี(ฉลากสีม่วง ตัวหนังต่างประเทศ) ที่ว่าผลิตที่เมืองไทย โดยไม่ใช้คนเกาหลีทำ(ไม่อยากบอกว่าประเทศอะไร เดี๋ยวจะตกใจ) คุณสมบัติคล้ายดินไทยมากกว่า เพราะสูตรคล้ายๆกับดินไทยทั่วๆไป แต่ใช้ชื่อประเทศที่ดูน่าชื่อถือ (ที่ประเทศเกาหลี แท้จริงแล้ว ไม่ค่อยมีการทำดอกไม้ดินมากเท่าไร เมืองไทยมีการทำดอกไม้ดินกว่าเป็น100ๆเท่า และส่วนใหญ่ดินก็นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ลองให้คนถือดินก้อนนี้ไปที่ประเทศเกาหลี แล้วถามอาจารย์ทำดอกไม้ดินที่นั่นดู รับรองงง..งง..ว่าดินอะไรกันนี่) ราคาก็พอกับดินไทย คุณภาพก็ใกล้เคียงดินไทยมากว่าดินญี่ปุ่น

อยากให้ผู้ผลิตดิน ภูมิใจในดินของตนเอง และอย่าหลอกลูกค้าเลย เพราะผมเองเดินทางไปแสดงสินค้าในต่างประเทศมาหลายที่ หากพูดถึงดอกไม้ผ้า ยกให้ประเทศจีน หากดอกไม้ดิน(clay) ต่างชาติพูดถึงเมืองไทย ณ ปัจจุบัน ประเทศไทยผลิตดอกไม้ดินอันดับ 1 ของโลกอยู่แล้ว รับรองไม่เกิน 10 ปี ดินไทย ต้องเป็นที่รู้จักของชาวต่างประเทศแน่นอน

19.ดอกไม้โดนหนูแทะ

ดอกไม้ที่ทำโดยใช้ดินไทยซื้อมาจาก JJ โดนหนูแทะหมดเลย แต่ที่ใช้ Luna ไม่โดน อยากถามว่ามีดินไทยยี่ห้ออะไรบ้าง ที่แมลงไม่กิน และยี่ห้ออะไรบ้างที่แมลงกิน   แล้วดินที่แมลงไม่กินมีส่วนผสมของสารเคมีหรือเปล่า มีอันตรายกับคนปั้นมั้ย  อยากได้ดินไทยที่คล้าย ๆ Luna แต่ราคาไม่แพง แล้วก็แมลงไม่แทะ มียี่ห้ออะไรแนะนำบ้าง ราคาเท่าไหร่ ต้องการซื้อประมาณ 10 kg.

 

เรื่องดินที่หนูแทะ อันนี้อยากจะบอกว่ามีโอกาสเป็นได้ ทั้งดินไทย หรือดินญี่ปุ่นก็ตาม แม้แต่ข้าวของภายในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น ตะกล้า,เสื้อผ้า,สิ่งของ,สบู่ ฯลฯ หนูมันยังแทะเลยจริงมั้ย

แต่ผมเชื่อว่าหนูอย่างมาก ก็แทะเพียงปลายดอก ปลายใบนิดหน่อย แต่คงไม่ถึงกับหมดต้นหลอก

ดินไทยกับดินญี่ปุ่น มีส่วนผสมหลักที่คล้ายกัน คือ แป้ง+กาว+...+...+...ฯลฯ เพราะฉะนั้นเวลาหนูแทะ คงไม่เลือกกินเฉพาะดินไทย มันก็คงลองแทะไปเลื่อยๆ แต่อาจไม่ถึงดอกไม้ดินญี่ปุ่นมากกว่า หรือเราอาจไว้คนละที่คนละเวลาหรือเปล่า คนทำดินส่วนใหญ่ใส่ป้องกันรากับแมลงมากกว่า (เพราะ เชื้อรากับแมลง เป็นภัยกับดิน มากกว่าหนูเสียอีก)

ส่วนดินไทยที่คล้ายๆดินญี่ปุ่น(Luna clay) ก็อาจมีใกล้เคียง แต่รับรองว่าไม่มีดินไทยเจ้าไหนเหมือนดินญี่ปุ่นแน่นอน เพราะดินญี่ปุ่นยี่ห้อนี้อยู่ในเมืองมากว่า 20 ปี และเริ่มผลิตมาไม่ต่ำกว่า 30 ปีที่แล้วที่ญี่ปุ่น มีพัฒนาสูตรมาตลอดเวลา (ไม่งั้นเขาคงเจ้งและเลิกนำเข้ามาขายในเมืองไทยนานแล้ว เพราะดินไทยถูกกว่าถึง4-5 เท่า)

ข้อมูล ดินLuna clay มีจำหน่ายในเอเชียหลายประเทศ รวมทั้งยุโรปและโซนอเมริกาบางประเทศ แต่ไม่ใช่ดินที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น แต่น่าจะถูกที่สุดมากกว่า

และก็อย่าไปเชื่อใครว่า ดินไทย เหมือน ดินญี่ปุ่น ผมรับรองว่าไม่มีแน่นอน แต่ดินไทยอาจมีคุณสมบัติบางอย่างดีกว่าดินญี่ปุ่นในบางเรื่องอาจเป็นไปได้ เรื่องก็ขึ้นอยู่กับความชอบ และความถนัดของแต่ละคนก็ได้ เพราะเห็นบางคนทำดอกไม้ดินไทยขายมาเป็น 10 ปี แทบไม่เคยจับดินญี่ปุ่นเลยก็มี และยังทำสวยอีกต่างหาก

และจะให้แนะนำ ก็ไม่กล้า เพราะเกือบทุกคนที่ขายดิน บอกว่าดีกว่าดินญี่ปุ่นทั้งนั้น เดี๋ยวแนะนำไปแล้วไม่ดีกว่าจะโดนต่อว่า

ส่วนดินไทยที่ร้าน 10 กิโล ราคา 1500 บ. พอใช้ได้(ไม่กล้าคุย) ตัวอย่างก็คือ ดอกไม้ส่วนใหญ่ในเวป

20.ดินไฟเบอร์ คืออะไรคะ

จ๋อมแจ๋มขี้สงสัย มาตั้งคำถามกับคุณไมค์อีกแล้วค่ะ  คุณสมบัติเป็นอย่างไร ? ราคาเท่าไหร่? แหล่งผู้ผลิต? ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

อ้อ! มีคำตอบแล้ว ดินไฟเบอร์ ก็คือดินไทยธรรมดา นั่นแหละ แต่เป็น ยี่ห้อดินยี่ห้อหนึ่ง

21.สงสัยวิธีดามกลีบดอก

เคยเห็นผลงานหลายๆชิ้น ที่ใช้วิธีดามกลีบดอกโดย ใช้ลวดฝังเข้าไปกลางกลีบดอก เห็นแล้ว งง มากๆว่าลวดเข้าไปอยู่ข้างในได้ยังไร? เถียงกันกับน้องๆ น้องบอกว่าใช้วิธีเสียบลวดเข้าไป แต่จ๋อมคิดว่าลวดมันไม่แข็งมากพอที่จะเสียบเข้าไปกลางกลีบดอกที่มันแน่นขนาดนั้นหรอกมั้ง หรือจะเดาว่า ใช้วิธีรีดดิน2แผ่น แล้วนำมาประกบกัน จ๋อมก็มีความรู้สึกว่า ทำแบบนั้นค่อนข้างเสียเวลา แล้วดินที่มาประกบกัน มันจะมีฟองอากาศมาก ตกลงขอความรู้จากคุณไมค์หน่อยเถอะค่ะ ว่าเขาใช้วิธีใดกันแน่ จะได้นำไปใช้บ้างค่ะ

วิธีที่ 2 มากกว่า โดยการรีดดิน แล้วนำลวดเส้นเล็กๆวาง และก็เอาดินอีกแผ่นประกบ จากนั้นจึงนำพิมพ์มาตัด แต่ต้องกะระยะการวางลวดดีๆ เรื่องฟองมันไล่ฟองได้ หรือไม่ฟองเยอะก็เลี่ยงไปกดที่อื่น ใช่แล้ววิธีนี้เสียเวลาหน่อย แต่หลายคนชอบเพราะมันดูเรียบร้อยที่สุดแล้ว

ส่วนวิธีที่ 1 การเสียบลวดมีจริง ก็มีคนทำวิธีนี้เหมือนกัน แต่เหมาะสำหรับงานชิ้นใหญ่หน่อย เพราะต้องรีดดินให้หนา จึงจะเสียบได้

22.พิมพ์ตัดกับลายเรซิน

พอดีพี่ได้ซื้อพิมพ์ตัดฟาแลนขนาดกลาง และลายเรซินขนาดกลางจากร้านคุณไมค์ แต่อาจารย์เขาบอกว่าลายเรซินฟาแลนให้เอาอันใหญ่กว่านี้ ไม่ทราบว่าจะเปลี่ยนได้มั้ย

เปลี่ยนได้ครับ แต่จะอธิบายกับพี่ปุ้มนิดหนึ่งครับ ว่าจริงๆแล้วลายเรซินขนาดกลางที่ให้ไปนั้นมันพอดีกับพิมพ์ตัดฟาแลนแล้ว เพราะว่าพิมพ์ตัดฟาแลนที่ซื้อไปนั้นมีขนาดกลีบดอกกว้าง 3 ซ.ม. และลายเรซินดอกฟาแลนขนาดกลาง มีความกว้างขนาด 3.5 ซ.ม. พี่ลองปั้มดูดินมันจะพอดีกับลายเรซิน(เหลือขอบนิดหน่อย) แต่สาเหตุที่อาจารย์ให้เปลี่ยนอาจเป็นเพราะอาจารย์เขาอยากให้ซื้อลายเรซินอันเดียว แล้วใช้ได้ทุกขนาดของพิมพ์ตัดฟาแลนมากกว่า

แต่ผมจะอธิบายให้พี่และเพื่อนๆคนอื่นๆลองนึกภาพตาม สมมุติว่าพิมพ์ตัดก็คือคนหนึ่งคน อาจเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ แล้วลายเรซิน คือเสื้อผ้า หากพิมพ์ตัดชุดเล็ก แล้วใช้ลายเรซินอันใหญ่กว่า ก็เหมือนเด็กเอาเสื้อผ้าผู้ใหญ่มาใส่ ถามว่าใส่ได้มั้ย ก็คงใส่ได้ แต่มันก็ไม่พอดีตัวใช่มั้ย และหวังว่าคงไม่มีผู้ใหญ่เอาเสื้อผ้าไปใส่อีกล่ะ  ^v^

23.ดินญี่ปุ่น(ไม่จริง)

วันนี้ตอนอยู่ที่ร้าน มีลูกค้าท่านหนึ่งเข้ามาซื้อของ เลือกพิมพ์ไปเลือกพิมพ์มา ถามขนาด ถามลายเรซินว่าใช่อันไหน ผมคิดในใจว่าคงเป็นมือใหม่ เลยลองถามดูปรากฏว่าเป็นมือใหม่จริงๆ พึ่งเรียนได้ไม่กี่แบบ ก็เลยอธิบายเรื่องการทำดอกไม้ดินไปให้ฟังในหลายเรื่องๆ

 แต่พอถามว่าใช่ดินอะไร ทำดอกไม้

- เขาบอกว่าใช่ดินญี่ปุ่นทำดอก ใช่ดินไทยทำใบ

แล้วเขาก็ถามผมว่า ดินไทยโลละเท่าไหร่

 - ก็ตอบไป ว่า 180 บ./กิโลกรัม

และต่ออีกว่า ดินญี่ปุ่น ก้อนละเท่าไหร่

- ผมก็ตอบไปว่า 170 บ.

เขาบอกว่า" แพงจังเลย"

- ผมก็เลยถามไปว่า เคยซื้อก้อนเท่าไหร่

เขาตอบว่า 130 บ./ก้อน

- ผมงง...งง ไปสักพัก(เพราะราคานี้เป็นไปไม่ได้) และก็ไปหยิบดินญี่ปุ่นมาให้ดูว่าใช่แบบนี้มั้ย 

เขาตอบว่าไม่ใช่ แล้วก็ไปหยิบดินไทยในลัง ขึ้นมาให้ผมดู บอกว่า เป็นแบบนี้ ไม่มีฉลาก แต่ใส่ถุงซิบ

ผมก็เลยอธิบายไปให้ฟังว่า จริงๆแล้วดินที่หยิบ(ดินไม่มีฉลาก) อันเรียกว่า ดินไทย ไม่ใช่ดินญี่ปุ่น ดินญี่ปุ่นแท้ๆต้องแบบนี้

 

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ สำหรับมือใหม่ทุกคนนะครับ

24.เรื่องดิน

คุณไมค์ค่ะ พี่ไปซื้อดินที่สวนจตุจักรไม่มียี่ห้อมาทดลองใช้  พิมพ์ตัดไม่ขาด  เวลาลอกดินออก   กลีบใช้ไม่ได้เลยค่ะ แล้วริมกลีบจะมีเยื่อเหมือนกระดาษออกมาด้วย ทดลองหลายครั้งแล้วน่ะค่ะ  พิมพ์ที่ใช้ตัด ก็เคยใช้มาแล้วหลายครั้ง แต่จะใช้กับดิน ฟลาวเวอร์เคลย์ เคยดูทางทีวีว่าตอนนี้มีคนทำดินมาขาย แล้วเขาใช้กระดาษทิชชูผสมลงไปในกาวด้วย ไม่ทราบว่าจะเป็นดินชนิดนี้หรือเปล่าค่ะ อยากถามเพื่อนๆๆด้วยน่ะค่ะว่ามีใครเป็นอย่างนี้หรือเปล่า ดินจะรู้สึกว่ามีความเหนียวมาก  พี่เลยนำมาปั้นดอกเล็กๆๆ ใช้ได้ดีค่ะ ดินจะไม่แตกเลย เวลาผสมสีรู้สึกต้องใช้สีมากกว่าปกติ ควรทำอย่างไรดีค่ะ

ในกรณี ที่รีดดินแล้ว ใช้พิมพ์ตัด กดไม่ขาด เกิดขึ้นได้หลายกรณี

1.เกิดจากเนื้อดินเอง ข้อนี้เป็นไปได้ยากที่จะกดไม่ขาด เพราะดินไทยส่วนใหญ่ในตลาด เป็นดินที่นิ่มถึงนิ่มมากๆ ฉะนั้นน่าจะขาดง่าย นอกจากดินนั้นเก่า หรือแห้งเกินไป 

2.เกิดจากพิมพ์ตัด ในกรณีนี้อาจมีสองอย่าง คือ พิมพ์ไม่คมจริงๆ(ในตลาดมีบางเจ้าที่พิมพ์ไม่ได้ลับคมให้) สอง พิมพ์ตัดมีลักษณะขอบหยักไม่หยักมา เช่น พิมพ์ใบดาวกระจาย จะกดไม่ขาดตรงรอยพับมุม อาจมีส่วนบ้างที่ไม่ขาด100% แต่มีวิธีแก้ให้ใช้แผ่นรองกดหนาหน่อยและยืดหยุ่น หรือพิมพ์นั้นดัดมาเบี้ยวจริงๆ เอาไปเปลี่ยนที่ร้านดีกว่า(หรือถ้าไม่ใช้ร้านผมแล้วเขาไม่ให้เปลี่ยน เอามาให้เดียวช่วยดัดแก้ให้)

3.บนโต๊ะที่กดไม่เรียบ อันนี้ก็เป็นไปได้ ฉะนั้นเราควรหาอะไรมาปูก่อนกดดินดีกว่า เช่นแผ่นโฟมยางแบบหนา หรือผ้าหนาๆ

ดินที่มีส่วนผสมของกระดาษ เขาเรียกว่า ดินเยื่อกระดาษ  ไม่เหมาะสำหรับมาทำดอกไม้ เพราะเมื่อแห้งจะค่อนข้างแข็ง และเนื้อจะหยาบ เหมาะสำหรับงานโมเดล หรือ งานปั้นตุ๊กตามากกว่า

ลองเช็คจาก 3 ข้อนี้น่าจะอยู่ในข้อใดข้อหนึ่ง และอย่าลืมเปรียบเทียบ เรากับเพื่อนๆ เช่น หากเพื่อนซื้อดินร้านเดียวกับเรา แล้วเพื่อนกดขาด แต่เรากดไม่ขาด แสดงว่าไม่น่าใช้ดิน ก็ลองไปพิจารณาข้ออื่นดู

หรือง่ายๆพี่เอาดิน กับ เอาพิมพ์มาให้ผมดู น่าจะช่วยดูให้ง่ายกว่า

พี่ไปร้านที่ซื้อดินมาแล้วน่ะค่ะ คนขายบอกว่าคงจะหยิบดินให้ผิด เพราะที่ร้านเขาบอกว่ามี 2 อย่าง สำหรับดินปั้นตุ๊กตา กับดินสำหรับทำดอกไม้  ขอบคุณสำหรับคำตอบน่ะค่ะ

บางครั้ง ถ้าพิมพ์ตัดแล้วกลีบขาดไม่สวย บางทีอาจจะเพราะพิมพ์ตัดเริ่มไม่คม หรือเริ่มมีริ้วรอย จ๋อมจะใช้วิธีเอากระดาษทรายเบอร์ 0 มาช่วยแต่ง ทำให้พิมพ์คมขึ้นค่ะ กระดาษทรายยังสามารถใช้ได้กับลายเรซินที่เวลาเรากดแล้วกลีบดอกขาด เอากระดาษทรายมาลูบๆช่วยได้แยะค่ะ

ขอบคุณค่ะคุณ JomJam คิดว่าเป็นที่ดินค่ะ เพราะพอไปซื้อดินใหม่มาก็ตัดได้ไม่มีปัญหา

25.เรื่องเส้นกลางใบ

อยากทราบวิธีบีบดินให้ปิดลวดเส้นกลางใบค่ะ เพราะทำแล้วมันไม่สวยเลยค่ะ  ใบจะเล็กลง แล้วเส้นกลางใบด้านหน้าก็หนามาก มีเทคนิคอย่างไรมั๊ยค่ะ

อันนี้ไม่แน่ใจว่าใบเล็กหรือใหญ่ ถ้าใบเล็กก็บีบเส้นกลางใบเหมือนปกติแต่ให้กดลวดให้จมดินนิดนึง(ใช้ลวดเส้นเล็กหน่อย)

หากใบใหญ่ก็ควรใช้แผ่นพับใบพับก่อนเพื่อให้ได้แนว และเกิดสัน จากนั้นก็วางลวดบนแนวเส้นที่ทำไว้ บีบตามรอยที่พับไว้ ก็เรียบร้อยแล้ว

แต่ปัจจุบันเขาไม่นิยมใส่ลวดไว้บนใบแบบนี้แล้ว ส่วนใหญ่จะใช้ปั้นก้านบางๆแล้วแปะด้านหลังใบ หรือฝังลวดไว้ในดินเลย จะดูดีกว่า (แล้วแต่ความชอบและถนัดของแต่ละคนดีกว่า)

26.ถ้าต้องการเรียนทำดอกไม้ต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่คะ

ต้องการจะเรียนทำดอก แคทรียา ลีลาวดี ฟ้ามุ้ย หวาย ดอกกุหลาบ ลิลลี่ แต่ยังไม่เคยเรียน และยงไม่เคยมี

เครื่องมือมาก่อนเลย ไม่ทราบว่าจะต้องลงทุนประมาณเท่าไรคะ

ลองเข้าไปอ่านที่หัวข้อ อยากทำดอกไม้เริ่มอย่างไร

อุปกรณ์แบบถาวรประมาณ 1000-1500 บ.(ขึ้นอยู่กับราคาของแต่ละร้าน) ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น พิมพ์,ดิน,สีน้ำมัน ฯลฯ ประมาณ 500-1500 บ. ของรายการหลังขึ้นอยู่กับผู้เรียนว่าจะซื้อขนาดใด จำนวนเท่าไร เพราะพิมพ์ดอกไม้บางอย่างมีหลายขนาด และก็ดินก็มีทั้งดินไทยและดินญี่ปุ่น

คิดว่ารวมกันแล้วไม่น่าจะเกิน 3000 บ.ในช่วงแรก (ยังไม่รวมค่าเรียน แต่ละที่ราคาค่าเรียนไม่เท่ากัน)

27.เหล็กคลึงเป็นสนิม

ไม่ทราบว่า เหล็กคลึงที่เราใช้สามารถเป็นสนิทได้หรือเปล่า

โดยส่วนใหญ่ เหล็กคลึงที่เราเรียกๆกันนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ทำจากเหล็ก ส่วนใหญ่ทำจากสแตนเลส หากใครรู้จักสแตนเลสก็จะรู้ว่ามันไม่ขึ้นสนิมได้

พอดี อาจารย์ ที่สอนทำดอกไม้ดิน บอกว่าซื้อเหล็กคลึงที่ร้านคุณไมค์ ไม่ดีจะเป็นสนิมได้

อย่างที่บอกไปแล้ว ว่าเหล็กคลึงที่เราใช้อยู่ไม่ได้ทำจากเหล็ก แต่ทำจากสแตนเลส มันจะไม่เป็นสนิม ไม่ว่าจะซื้อจากร้านไหนในประเทศไทย(เหล็กคลึงคง ไม่เลือกขึ้นสนิม เฉพาะร้านผมมั้ง) แต่ที่ผู้สอนบอกเช่นนั้น อาจเป็นไม่ต้องการให้มาซื้อที่ร้านผมมากกว่า  ** ตอนผมสอนคนทำดอกไม้อยู่ ก็บอกความจริงกับผู้เรียนทุกอย่าง โดยไม่หลอกผู้เรียน  เพราะจะทำให้คนเข้าใจผิดๆตลอดไป**

 

เหล็กกล้าไร้สนิม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เหล็กกล้าไร้สนิม หรือ สเตนเลส นั้น ในทางโลหกรมมถือว่าเป็นโลหะผสมเหล็ก ที่มีโครเมียมอย่างน้อยที่สุด 10.5% ชื่อใน ภาษาไทย  แปลจาก ภาษาอังกฤษ ว่า stainless steel เนื่องจาก โลหะผสมดังกล่าวไม่เป็นสนิมอันเนื่องมาจากการทำปฏิกิริยากันระหว่าง ออกซิเจนในอากาศกับโครเมียมในเนื้อสเตนเลส เกิดเป็นฟิล์มบางๆเคลือบผิวไว้ ทําหน้าที่ปกป้องการเกิดความเสียหายให้กับตัวเนื้อสเตนเลสได้เป็นอย่างดี ปกป้องการเกิด Corrosion และไม่ชำรุดหรือสึกกร่อนง่ายอย่างโลหะทั่วไป สำหรับในสหรัฐอเมริกาและในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการบิน นิยมเรียกโลหะนี้ว่า corrosion resistant steel เมื่อไม่ได้ระบุชัดว่าเป็นโลหะผสมชนิดใด และคุณภาพระดับใด แต่ในท้องตลาดเราสามารถพบเห็น สเตนเลสเกรด 18-8 มากที่สุด ซึ่งเป็นการระบุถึง ธาตุที่เจือลงในในเนื้อเหล็กคือ โครเมียมและนิเกิล ตามลําดับ สแตนเลสประเภทนี้จัดเป็น Commercial Grade คือมีใช้ทั่วไปหาซื้อได้ง่าย มักใช้ทําเครื่องใช้ทั่วไป ซึ่งเราสามารถจําแนกประเภทของสเตนเลสได้จากเลขรหัสที่กําหนดขึ้นตามมาตรฐาน AISI เช่น 304 304L 316 316L เป็นต้น ซึ่งส่วนผสมจะเป็นตัวกําหนดเกรดของสเตนเลส ซึ่งมีความต้องการในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป สเตนเลสกับการเกิดสนิม ปกติ Stainless steel จะไม่เป็นสนิมเพราะที่ผิวของมันจะมีฟิล์มโครเมียมออกไซด์ บางๆเครือบผิวอยู่อันเนื่องมาจากการทําปฏิกิริยากันระหว่าง Cr ใน Stainless steel กับ ออกซิเจนในอากาศ การทําให้ Stainless steel เป็นสนิมคือการถูกทําลายฟิล์มโครเมียมออกไซด์ ที่เคลือบผิวออกไปในสภาวะที่ Stainless steel สามารถเกิดสนิมได้ ก่อนที่ฟิล์มโครเมียมออกไซด์จะก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งเช่น ถ้าสเตนเลสถูกทําให้เกิดรอยขีดข่วน แล้วบริเวณรอยนั้นมีความชื้น ซึ่งสามารถทําให้เกิดปฏิกิริยากับธาตุเหล็กก่อนที่ฟิล์มโครเมียมออกไซด์จะก่อตัวขึ้นมา ก็จะเป็นสาเหตุให้เกิดสนิมขึ้นได้

ใช้ที่ซื้อมาขจากร้านคุณไมค์อยู่คะ ใช้มาตั้งเป็นปีไม่เห็นจะเป็นสนิมเลยสักนิด  มัเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่ทางร้านที่สอนเค้าจะเชียร์ให้ลูกศิษย์ซื้อของที่ร้านตัวเอง  อย่างของอิ๋วเมื่อก่อนก็เรียนร้านที่เดอะมอลล์เค้ายังบอกเลยว่า ถ้าซื้อดินซื้อกระถางหรือพิมพ์รวมถึงอุปกรณ์จากร้านอื่นเค้าจะไม่สอนให้ เรื่องพิมพ์เป็นเรื่องปกติที่ต้องซื้อจากร้านที่เรียน  แต่เรื่องดินหรืออุปกรณ์อย่างอื่นเมีสิทธิ์เลือกซื้อเอง จริงมั้ยคะ

28.

อยากทราบแหล่งรับสินค้า

มีสินค้าเป็นดอกไม้ดิน จำนวนมากแต่ไม่ทราบแหล่งรับซื้อ หากมีข้อเสนอแนะกรุณาตอบกลับด้วยคะ

ลองไปเดินดูที่สวนจตุจักร โครงการ 2,3,17 โซนเหล่านี้มีร้านขายดอกไม้ดินหลายร้าน และอย่าลืมเอาผลงานของเราติดมือไปด้วย หากสวยหรือถูกใจ รับรองมีงานกลับมาทำแน่นอน

29.อยากเรียนการทำดอกไม้ญี่ปุ่นและร้านไหนรับซื้อบ้าง

คือว่ายังเรียนปริญญาตรีอยู่ค่ะ แต่จบคหกรรมปวช.มาแต่ไม่เคยทำดอกไม้ญี่ปุ่นแต่อยากเรียนค่ะ จะหารายได้ส่งตัวเองเรียนแต่ว่าค่าเรียนแพงรึเปล่าค่ะ และถ้าเรียนแล้วทำได้จะทำส่งได้ที่ไหนค่ะ ขอรายระเลียดด้วยค่ะ อยากทำมาก

การเรียนทำดอกไม้ดิน มีที่ให้เลือกเรียนได้หลายที่ ทั้งที่เรียนกับเอกชน (เช่น ตามห้างต่างๆ) มีให้เลือกเรียนได้หลายที่ สะดวกดีใกล้บ้านน่าจะมี ส่วนราคาค่าเรียนและอุปกรณ์ ขึ้นกับอยู่กับร้าน ผู้สอนจะมีราคาของแต่ละที่แจ้งไว้ให้ ลองติดต่อสอบถามรายละเอียดดูได้

หากเรียนและของรัฐก็มี (เช่น ศูนย์ฝึกอาชีพ กทม.) มีให้เลือกเรียนหลายที่อยู่เหมือนกัน อันนี้ค่าเรียนถูกมากๆ ประมาณร้อยกว่าบาทต่อคอร์ท แต่สถานที่เรียนอาจสะดวก(บางที่อาจไม่มีแอร์) คนเรียนจะเยอะหน่อย ผู้สอนอาจดูแลไม่ทั่วถึง และอุปกรณ์ส่วนใหญ่เราสามารถที่ซื้อหาเองได้ ให้ผู้สอนแนะนำร้านก็ได้

ทั้งนี้ทั้งนั้น การเรียนทำดอกไม้จากดินไทย-ดินญี่ปุ่น เราเรียนเพื่อรู้จักกับดิน การใช้ดิน การใช้อุปกรณ์ต่างๆ เรียนรู้การทำ การผสมสี การเพนท์สี การประกอบดอก ฯลฯ เรื่องเหล่านี้ถือทักษะเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนจะทำดอกไม้ดินได้ดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับผู้เรียนมากก ว่ มีการฝึกฝน ความพยายามมากน้อยเพียงใด ( เปรียบเหมือนกับการเรียนขับรถยนต์ ผู้เรียน เรียนเพื่อให้ว่าใช้พวงมาลัยอย่างไร เข้าเกียร์อย่างไร ใช้ความเร่งอย่างไร ถอยหลังอย่างไร ฯลฯ หลังจากนั้นผู้ขับต้องค่อยๆออกถนนใหญ่หาประสบการณ์เอง จะดีไม่ดี หรือ เก่งไม่เก่งอย่างไร ผู้ขับต้องพยายามด้วยตัวเองเป็นสำคัญ)

ส่วนตลาดนั้นไม่ต้องเป็นห่วง มีมากมาย เช่นสวนจตุจักร หรือบริษัทส่งออกหลายๆที่ ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับดอกไม้ประดิษฐ์ ทั้งนี้ผู้ทำดอกไม้ต้องที่ความตั้งใจ ความพยายามที่จะเรียนวิธีการที่จะให้สวยและเร็วมากกว่า เพราะปัจจุบันราคาส่งดอกไม้ดินอาจจะไม่สูงอย่างในอดีต(ลองเข้าไปอ่านหัวข้ออาชีพการทำดอกไม้ดิน) แต่ตลาดก็กว้างขึ้นแปรผันตามกัน

ขอเป็นกำลังใจให้เสนอ อย่าพึงท้อ ก่อนลงมือทำละกัน

30.


 


 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ร้านโอ๋ & ไมค์ ฟลอร่า สวนจตุจักร โครงการ 19 ซอย 7/4 เปิด พุธ ,ศุกร์,เสาร์,อาทิตย์ เวลา 9.00 น.-17.00 น. โทร 085-2400-900 , 02-477-1425 , 080-077-4666 , Fax : 02-876-5804 e-mail : oh.mike@hotmail.com บทความบนเวป สงวนลิขสิทธิ์ ตามกฎหมาย ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ก็อปปี้ โดยมิได้รับอนุญาติ